บทสวดมนต์ขจัดโรคภัยไข้เจ็บ โพชฌงคปริตร

การสวดมนต์แท้จริงแล้วเราทำเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า และเพื่อให้เรามีสมาธิ สติ เป็นการชำระจิตใจให้ตั้งมั่นก่อนที่จะเจริญภาวนา ไม่ว่าจะบทสวดมนต์ใด ถ้าผู้ที่สวดมีศีลและจิตใจที่บริสุทธิ์ พลังของการสวดภาวนาก็จะยิ่งได้ผลยิ่งขึ้น หลายคนสวดมนต์โดยที่ไม่รู้ความหมายของภาษาบาลี สวดมนต์ไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ ก็เหมือนกันกับท่องจำแต่ไม่รู้ความหมาย ประโยชน์ที่ได้ก็จะน้อยลงตามลำดับ

แอดมินจึงอยากจะรวบรวมบทสวดมนต์ที่สำคัญพร้อมคำแปลให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงความหมายของแต่ละบทสวดมนต์ที่เรากำลังสวดอยู่ การสวดมนต์พร้อมคำแปลนั้นมีข้อดี คือ นอกจากเราจะได้สมาธิ ได้ฝึกจิตให้แน่วแน่แล้ว ยังได้รู้ถึงความหมายที่แท้จริงที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราด้วย แอดมินอยากบอกว่า สนุกมากค่ะ ตอนแรกๆ เราอาจจะไม่ชิน แต่เมื่อได้สวดมนต์พร้อมคำแปล ก็เหมือนกับเราอ่านหนังสือที่เราเข้าใจความหมาย

บทสวดมนต์โพชฌงคปริตร มีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญ คือ

บทสวดนี้เป็นบทสวดสำคัญที่พระสงฆ์นิยมนำมาสวดในงานทำบุญคล้ายวันเกิด หรือสวดเพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยให้มีพลังจิตในการสร้างสติขึ้นซึ่งบทนี้จะเกิดอานุภาพมากหากประกอบกับการบำเพ็ญจิตเจริญภาวนาควบคู่ไปด้วย

การที่เชื่อกันว่าบทสวดมนต์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะ มีเรื่องในพระไตรปิฎกเล่าว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหากัสสปะที่อาพาธอยู่ได้รับความทุกข์ทรมานมาก พระองค์จึงทรงแสดงบทสวดโพชฌงค์แก่พระมหากัสสปะให้ท่านได้ฟังและน้อมจิตปฏิบัติตาม

หลังจากฟังบทสวดและท่านพระมหากัสสปะได้พิจารณาธรรมตามก็พบว่า ท่านสามารถหายจากโรคได้ และอีกครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมบทนี้แก่พระโมคคัลลานะซึ่งอาพาธอยู่ในลักษณะเดียวกัน หลังจากนั้นก็พบว่า พระโมคคัลลานะก็หายจากอาพาธได้

และเรื่องราวที่สำคัญที่สุดก็คือ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เองทรงอาพาธ จึงตรัสให้พระจุนทะเถระแสดงโพชฌงค์ถวาย ซึ่งพบว่าพระพุทธเจ้าก็หายประชวร พุทธศาสนิกชนจึงพากันเชื่อว่า โพชฌงค์นั้น สวดแล้วช่วยให้หายโรค

แต่ในความเป็นจริง พระไตรปิฎกกล่าวว่า โพชฌงคปริตรนั้นเป็น หลักธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นธรรมเกี่ยวกับปัญญาเป็นธรรมชั้นสูง เป็นคำสอนในการทำใจให้สว่าง สะอาดผ่องใส ซึ่งสามารถช่วยรักษาใจ เพราะจิตใจมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับร่างกาย เนื่องจากกายกับใจเป็นสิ่งที่อาศัยกันและกัน หากใจดี ร่างกายย่อมดีตาม

หลักของโพชฌงค์เป็นหลักปฏิบัติทั่วไปซึ่งไม่จำกัดเฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น เพราะโพชฌงค์แปลว่า “องค์แห่งโพธิ” หรือ “องค์แห่งโพธิญาณ” เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญา ดังนั้นถ้าเราสวดมนต์บทนี้ด้วยความเข้าใจในสาระก็จะมองเห็นความเจ็บป่วยว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรของชีวิต เป็นเรื่องธรรมดา แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นเตือนให้ลุกขึ้นมาปฏิบัติธรรม คือมองว่า เวลาที่ป่วยอยู่นี้แหละคือเวลาที่ดีที่จะได้พักผ่อนจิต ได้ปฏิบัติธรรม

ไหว้พระ, บทสวดมนต์, สวดมนต์, ไหว้พระ

บทสวดโพชฌงคปริตร

โพชฌังโคสะติสังขาโต ธัมมานัง  วิจะโย  ตะถา วิริยัมปีติปัสสัทธิ  โพชฌังคา  จะตะถาปะเร สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเต  เต  สัพพะทัสสินา มุนินา  สัมมะทักขาตา ภาวิตา  พะหุลีกะตา

สังวัตตันติ อะภิญญายะ  นิพพานายะ จะ โพธิยา เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต** โหตุ สัพพะทาฯเอกัสะมิง สะมะเย  นาโถ โมคคัลลานัญจะ  กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต  ทิสะวา โพชฌังเค  สัตตะ เทสะยิ เต  จะ ตัง อะภินันทิตะวาโรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตะวานะ สาทะรัง สัมโมทิตะวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส เอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต** โหตุ สัพพะทาฯ

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ  มะเหสินัง มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ  เต**  โหตุ  สัพพะทาฯ

**ถ้าสวดให้ตัวเอง ให้เปลี่ยนคำว่า เต เป็น เม

 

คำแปล

โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ 7 ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม โรคก็หายได้ในบัดดล

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน

ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ…

 

บ้าน.ธรรม.บุญ

บ้านธรรมบุญ

You may also like...

3 Responses

  1. สมหนอน พูดว่า:

    อนุโมทนาครับ

  2. นิรนาม พูดว่า:

    ☺😊😀

  3. นิรนาม พูดว่า:

    สาธุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น