หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะบวชตามรอยของพระพุทธเจ้าสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

บวชพระ บวชเณร การบวช

๑. ผู้ที่จะบวชในพระพุทธศาสนา ต้องสละทางโลกทุกอย่าง เช่น ไม่รับเงินรับทองหรือให้ผู้อื่นรับไว้เพื่อตน ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่ฟังวิทยุ ไม่ดูโทรทัศน์ ไม่เล่นคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่ให้ติดต่อกับผู้หญิง ทั้งหมดนี้เป็นความเสื่อม ความเศร้าหมอง สำหรับผู้ที่จะบวชประพฤติพรหมจรรย์ ก่อนจะบวชต้องไปอยู่วัดเป็นนาคถือศีล ๘ ฝึกท่องคำขานนาค และฝึกทานข้าววันละครั้งเดียวเหมือนกับพระ ตื่นแต่เช้าทำวัตรสวดมนต์ ฝึกห่มผ้า ครองผ้า ล้างบาตร เช็ดบาตร รักษาบาตร รักษาผ้าจีวร ศึกษาพระวินัยและมารยาทของความเป็นพระให้เข้าใจ เมื่อบวชเป็นพระจะได้ปฏิบัติไม่ผิดพลาด เมื่อฝึกได้ดีแล้ว ครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนเห็นสมควรจึงจะให้บวชได้

๒. ลักษณะที่ไม่เหมาะสมของผู้ที่จะบวช

๒.๑ มีลักษณะเป็นตุ๊ด เป็นกะเทย เป็นอีแอบ

๒.๒ ติดยาเสพติด หลบหนีคดีมีความผิดทางกฎหมาย เป็นโรคเอดส์ เป็นโรคประสาท ป้ำๆ เป๋อๆ หรือเป็นโรคที่สุขภาพร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง จะเป็นเหตุนำภาระมาให้ผู้ที่อยู่ทางวัด ไม่เป็นอันได้ภาวนากัน บวชใหม่ต้องฝึกปฏิปทาถือนิสัยของความเป็นพระให้ดีๆ

๓. บวชมาใหม่หรือเป็นพระที่มีพรรษาน้อยๆ เบื้องต้นต้องฝึกปฏิปทาถือนิสัยของความเป็นพระให้ดีๆ ต้องสวดมนต์ทำวัตรเช้าวัตรเย็น ปัดกวาดเช็ดถูโบสถ์ ศาลา ลานวัด ล้างห้องน้ำ อุปัฏฐากครูบาอาจารย์ บิณฑบาตทุกๆ วัน เวลาออกไปบิณฑบาตและกลับจากบิณฑบาตให้รับบาตรครูบาอาจารย์ ไม่ให้นำอาหารหรือน้ำปานะไปฉันที่กุฏิ ต้องรักษาศีล ๒๒๗ ข้อ ปฏิบัติวัตร ๑๔ และศีลอภิสมาจารมารยาทของความเป็นพระ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เป็นศีลขาดด่างพร้อยมีมลทิน ฝึกกราบฝึกไหว้ให้ได้มาตรฐาน เวลาจะพูดกับพระที่บวชก่อนต้องประนมมือ ไม่ให้นั่งสูงกว่าผู้ที่บวชก่อน เวลาทำอะไรเกี่ยวข้องกับพระที่บวชก่อนต้องขอโอกาสก่อนทุกครั้ง เวลาพูดต้องใช้คำศัพท์ เช่น ครับ ผม ท่าน ฝึกไม่ให้พูดเรื่องทางโลก พูดได้เฉพาะเรื่องทางธรรม ถ้าไม่มีกิจธุระจำเป็นก็ไม่ต้องพูด ฝึกเดิน ยืน นั่ง นอน ห่มผ้าให้เรียบร้อย ให้สำรวมระวังรักษาศีลสิกขาบทเล็กๆ น้อยๆ ให้มันได้ทุกสิกขาบท เวลาฉันเวลาดื่มต้องนั่งฉันนั่งดื่มให้เรียบร้อย ไม่ให้ยืนฉันยืนดื่ม เวลาปัสสาวะก็ต้องนั่งให้สำรวมระวัง ฝึกถือธุดงควัตร ฝึกอุปัฏฐากครูบาอาจารย์ สิ่งไหนที่ไม่ดีเราอย่าไปคิด ให้ฝึกสวดมนต์  สวดท่องพระปาฏิโมกข์ให้ได้ ฝึกเย็บผ้าสบง จีวร ทำขาบาตร ทำร่มกลด ฝึกรักษาผ้าจีวร รักษาบาตร ฝึกปลงผมเอง ฝึกเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตัวต้องทำตัวเหมือนผู้ใหม่เสมอ ถ้าเรามองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ เราจะเป็นพระเป็นเณรที่ไม่มีพื้นฐาน

เขาจะปลูกบ้านสร้างเมืองวัตถุถาวรอะไรก็ต้องมีพื้นฐาน เช่น ความคิดของเรานั้นถ้าอันไหนมันไม่ดีเราก็จะพูดจะทำขยายไปเรื่อยกลายเป็นพระอลัชชีไป ข้อวัตรปฏิบัติให้เราทำทุกๆ วัน ถ้าไม่ทำก็ไม่มีบุญที่จะเกื้อหนุน บางทีเราชอบขี้เกียจขี้คร้านเห็นแก่ตัว ไม่ชอบทำตามข้อวัตรระเบียบวินัย ทำให้จิตใจของเราหยาบมีมลทินเศร้าหมอง จิตใจของเราตกต่ำไม่มีกำลังจิตกำลังใจ มีแต่คิดเรื่องทางโลก มีแต่คิดอยากจะสึกเพราะเราไม่มีความดีให้กับตัวเอง ตราบใดถ้าจิตใจของเรามันยังเป็นคนชอบทำอะไรตามใจ ทำอะไรสบาย มันยังไม่ใช่จิตใจของพระ ผู้ที่บวชมาใหม่ที่ยังถือนิสัยอยู่มันจึงจำเป็นต้องสร้างเหตุสร้างปัจจัย

๔. ผู้ที่บวชมาแล้วต้องอยู่กับครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติได้มาตรฐานและเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ มีการบังคับเข้มงวดต่อลูกศิษย์ลูกหา ไม่ให้ทำอะไรตามใจตามกิเลส

ถ้าปฏิบัติอยู่กับครูบาอาจารย์ไม่ครบ ๕ พรรษา จะไปไหนตามอำเภอใจที่ไหนไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังไม่พ้นนิสัยพระผู้บวชใหม่ สังเกตดูพระที่อยู่กับครูบาอาจารย์ยังไม่ครบ ๕ พรรษา หลบหลีกข้อวัตรปฏิบัติจากครูบาอาจารย์ไปก่อนจะเป็นพระที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อไปเป็นประธานสงฆ์หรือเป็นเจ้าอาวาสก็เป็นไม่ได้มาตรฐาน เพราะขาดการฝึกไม่ครบขบวนการในภาคปฏิบัติจะทำให้ศาสนาเสื่อม จะเป็นพระวัดบ้านก็ไม่ใช่ เป็นพระวัดป่าก็ไม่ใช่ พระประเภทนี้ควบคุมตัวเองยังไม่ได้จะไปไหนก็ไปตามใจ เห็นใครไปไหนก็จะตามไป ปีหนึ่งๆ เห็นรอบประเทศไทยตั้งหลายรอบ ถ้ามีโอกาสไปประเทศนอกได้ก็ไป เราเป็นชาวพุทธเป็นผู้อุปัฏฐากอุปถัมภ์พระต้องดูให้ดี สาเหตุที่ศาสนาเสื่อมมาจากเจ้าอาวาสหรือประธานสงฆ์ที่ปฏิบัติไม่ได้มาตรฐาน ลูกวัดก็ยิ่งแย่

๕. เวลามีค่าให้ตั้งใจ เราบวชเป็นพระแล้ว ไม่ควรที่จะเอาเวลาที่มีค่าไปพูดคุยคลุกคลีสรวลเสเฮฮากับคนอื่นหรือที่กุฏิอื่น ให้เราเดินจงกรมให้มากนั่งสมาธิให้มาก ต้องฝึกเข้าสมาธิให้ได้ให้เกิดความชำนิชำนาญ บทบริกรรมให้ท่องพุทโธ พุทโธในใจ ถ้าจะเจริญอานาปานสติก็ให้ฝึกหายใจเข้าหายใจออกให้สบาย รู้ลมเข้า รู้ลมออกให้สบาย เมื่อใจมันสงบลง ลมมันจะละเอียดก็ให้อยู่กับตัวผู้รู้ เมื่อผู้รู้เป็นหนึ่งก็ให้ปล่อยวางอาการทางกายทั้งหมดอยู่กับผู้รู้ จิตใจจะก็เกิดสภาวะ คือ วิตก วิจารณ์ ปิติ สุข เอตคตา เมื่อใจเราสงบ อยู่ว่างๆ ก็ให้พิจารณาร่างกายของเรา

ตอนที่พระอุปัชฌาย์ให้กรรมฐานเราตอนที่เรากล่าวคำขอบวชทีแรกคือ เกศา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ ตัวนี้สำคัญมาก เพราะตัวนี้เปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูที่จะทำลายสังสารวัฏ เป็นเครื่องมือเป็นอุปกรณ์ให้พิจารณาแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วนสู่พระไตรลักษณ์ จนมันเกิดภาพติดตาติดใจ ไม่ให้พิจารณาครั้งเดียวหรือสองครั้ง ให้พิจารณาจนใจละอุปาทาน ละตัวละตน เราเดินก็พิจารณา นั่งก็พิจารณา นอนก็พิจารณา เราทำกิจวัตรก็ให้พิจารณา ขณะที่ใจเราสงบ แล้วมันจะไม่อยากพิจารณา เราก็ต้องถอนจากความสงบแล้วก็พิจารณาร่างกายของเรา จะได้ถอนสักกายะทิฎฐิ เราจะได้ละตัว

ละตนได้ ถ้าเราไม่ภาวนาตัวนี้มันก็เป็นเพียงความสงบเฉยๆ ยังละสักกายะทิฎฐิไม่ได้ เมื่อเราทำเช่นนี้แล้ว เราจะได้เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง ตรัสรู้จริง เราจะได้ไม่สงสัยในข้อวัตรปฏิบัติว่าสามารถทำให้เราบรรลุธรรมได้จริง ถ้าเราเจริญสติรู้ตัวทั่วพร้อมเฉยๆ เราก็ได้แต่รู้ตัวทั่วพร้อม ถ้าเรารักษาศีลดีเราก็จะได้ความบริสุทธิ์ แต่ตัวที่สำคัญที่ทำให้เราเป็นพระได้ก็คือ การพิจารณาร่างกายสู่พระไตรลักษณ์ การพิจารณาไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอาศัยความเป็นอิสระไม่คลุกคลีกับใคร

๖. เราบวชมาเป็นพระต้องฝึกรวดเร็วว่องไว คล่องแคล่ว อย่าให้เฉิ่ม อันไหนดีรีบทำ อันไหนไม่ดีรีบหยุด เห็นคนอื่นเขาทำดีก็ให้รีบทำ อย่าเป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน ถ้ายังมีความขี้เกียจขี้คร้านอยู่นั้นไม่ใช่อารมณ์ของพระ เพราะพระจะไม่มีความขี้เกียจขี้คร้าน ถ้าเรามัวแต่เจริญสติเจริญสมาธิอย่างเดียวมันจะเชื่องช้า เฉิ่ม ติดสงบติดช้า ติดนั่งหลับ แต่พอเรามาทำอะไรรวดเร็วคล่องแคล่วแล้วจะฟุ้งซ่าน ถ้าทำช้าๆ เฉิ่มๆ มันจะสงบดี นักปฏิบัติใหม่เลยเข้าใจว่าทำอะไรช้าๆ เฉิ่มๆ ดี ทำช้าก็ให้มันได้ ทำเร็วก็ให้มันได้ ครูบาอาจารย์สอนให้ทุกคนรวดเร็วว่องไว ฉะฉาน มองอะไรให้มันเข้าใจได้เร็ว มันจะได้แยกแยะอะไรผิดอะไรถูกได้รวดเร็ว การปฏิบัติอยู่ที่ไหนก็ทำได้ คนส่วนมากไปโทษสิ่งภายนอก ให้คุณสิ่งภายนอก ที่แท้จริงมันอยู่ที่ตัวเรา เพราะว่าศาสนาคือภาคปฏิบัติ ปฏิบัติทางกาย ทางวาจา ทางใจเรา

๗. ห้ามพระภิกษุสามเณรที่บวชมาแล้วประพฤติตนไม่เหมาะไม่ควร เช่น ขับรถยนต์ รถเครื่อง รถจักรยาน รถอีแต๋น สวมเสื้อ โพกหัว สวมหมวก ใส่กางเกง ใส่ร้องเท้าผ้าใบ ใส่แว่นตาดำ สะพายเป้ ใส่กำไรข้อมือ จับของที่ยังไม่ได้รับประเคนที่ยังไม่ได้ถวาย และห้ามพระภิกษุอย่าเห็นแก่ความสะดวกรวดเร็วจนขาดการยับยั้งชั่งใจ โดยการขุดดิน ฟันต้นไม้ ตัดหญ้าเอง เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องผิดต่อพระวินัย ทีแรกทำไปก็เขินอายไป ต่อไปก็จะถามว่ามีที่ไหนอีกบ้างให้ทำ บางทีก็รู้ว่าผิด ไม่เหมาะไม่ควรแต่ก็ทำไปเพราะความคึกคะนอง บางทีก็อ้างว่าไม่มีโยมทำให้ หรือมีโยมทำให้ก็ไม่ถูกใจไม่ทันใจ และก็ห้ามพระภิกษุสามเณรเดินทางไปในสถานที่ไม่เหมาะสม ที่ญาติโยมไปท่องเที่ยวไปชมการละเล่นกัน เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก น้ำตก ชายทะเล ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด ร้านขายเครื่องเสียง ขายเทป ขายซีดี วีดีโอต่างๆ หรือสถานที่ชุมนุมเดินขบวน

ทุกวันนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำกันขยายผลไปเรื่อยเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ คนหนึ่งทำได้อีกคนหนึ่งก็ทำตาม เหมือนกับถ้าเจ้าอาวาสขับรถหรือมีโทรศัพท์มือถือหรือตัดต้นไม้ ลูกวัดก็จะทำตาม ทีนี้จะบอกกันเตือนกันก็ไม่ได้ เพราะทุกคนก็ทำเหมือนๆ กัน กลายเป็นประชาธิปไตยไปหมด ธรรมาธิปไตยก็หายไป การกระทำเหล่านี้เป็นการเหยียบย่ำพระธรรมวินัยให้สูญหายไป ให้พระภิกษุสามเณรทุกท่านช่วยกันสืบทอดจรรโลงรักษาพระพุทธศาสนาให้รุ่นลูกรุ่นหลาน อย่าพากันทำลายทางอ้อม เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ใช้สอยได้อยู่อาศัยนี้ก็ได้มาจากพระพุทธศาสนา ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงวางระเบียบแบบแผนไว้ดีแล้ว ให้เราพากันกตัญญูต่อท่าน เหมือนอย่างเราบริโภคผลไม้ เราก็ไม่ควรที่จะไปทำลายต้น ทำลายกิ่งก้านของต้นผลไม้นั้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวของพระภิกษุสามเณรที่ล่อแหลมต่อการประพฤติปฏิบัติจึงให้ควรระมัดระวัง

พระ บวชพระ ผ้าเหลือง อานิสงส์

๘. นักบวชอย่าไปติดเรื่องอยู่เรื่องฉัน เรื่องอ้วนเรื่องผอม เรื่องผิวพรรณ เรื่องสง่าราศี ให้เรานอนพออยู่ได้ ฉันพออยู่ได้ อย่าไปติดในรสชาติอาหาร น้ำปานะ โค้ก แป๊บซี่ เนยใส เนยข้น น้ำอ้อย น้ำตาล ปรมัตถ์ สมอ มะขามป้อม ตะไคร้ ขิงข่า โหระพา โกโก้ กาแฟ ลิโพ กระทิงแดง เอ็มร้อย ถ้าเราไปฉันอิ่มเหมือนกับเราฉันข้าวตอนเช้าก็เท่ากับเราบริโภคอาหารในยามวิกาลเหมือนกัน ให้เรารู้จักเบรกตัวเอง ให้มันอยู่แบบอดๆ อยากๆ หน่อย อย่าอยู่อย่างชูชก อย่าไปบริโภคเหมือนชูชก เราพยายามฝึกอดฉันน้ำปานะบ้าง อดฉันข้าวบ้าง อดฉันปรมัตถ์บ้าง ใจมันจะได้เกิดความฟุ้งซ่านบ้าง จะได้มีการทำใจให้สงบ เราจะได้อยู่เหนือธาตุเหนือขันธ์เหนือเวทนาทางกายบ้าง

๙. พระภิกษุสามเณรที่บวชมาแล้ว ไม่ควรฉันปานะและยาปรมัตถ์สมุนไพรที่ปรุงแต่งจนเกินไป ตีความพระวินัยคลาดเคลื่อนเข้าข้างตนเอง อ้างว่าวัดนั้นก็ฉันกัน ครูบาอาจารย์องค์นั้นองค์นี้ก็ฉันกัน เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ของพระวินัย และตัดปริโพธความกังวล จึงได้ห้ามพระภิกษุสามเณรหลังจากเที่ยงวันไปแล้วหยุดฉันปานะและยาปรมัตถ์สมุนไพรจำพวก บ๊วยเค็ม บ๊วยหวาน ลูกท้อ ลูกสมอจีน มะขามแก้ว ไอศรีมแท่ง ลูกอมเยลลี่ ขนมเยลลี่ผสมบุกเป็นถ้วยๆ รังนก เนื้อเฉาก๊วย ว่านหางจระเข้ สาหร่ายทะเลที่เป็นแผ่น เนยกวนปรุงรส ตำลูกยอ เมล็ดทานตะวัน กระเทียมดอง หอมหัวใหญ่หัวเล็ก พริกหยวก ใบแมงลัก ใบโหระพา ใบกระเพรา ใบสะระแหน่ ผักชีเทศ ใบบัวบกที่ยังไม่ได้ผ่านการกรองเป็นน้ำปานะ เนื้อลูกพรุนและมะนาวที่เป็นลูกๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านการกรองเป็นน้ำปานะ

ส่วนใหญ่เป็นของที่ญาติโยมนำมาถวาย แต่ไม่ทันได้คิดว่าถ้าฉันไปแล้วจะทำให้พระเณรเสีย หรือบางทีญาติโยมก็คิดว่าพระท่านไม่ค่อยได้ฉันอะไรมากมายอยู่แล้ว อาหารก็ฉันมื้อเดียว ตอนบ่ายก็ฉันได้แต่น้ำหวาน น้ำผลไม้ ก็อยากให้พระเณรท่านได้ฉันของดีๆ แปลกๆ พิสดารบ้าง ให้พระเณรได้ผ่อนคลายบ้าง ปฏิบัติอย่างเดียวเดี๋ยวจะเครียด พระเณรองค์ไหนที่ท่านตบะดีฉันไปแล้วก็ไม่เป็นอะไรไม่เสีย หรือบางทีท่านก็มีข้อวัตรของท่าน แยกแยะว่าอันไหนควรฉันไม่ควรฉันอย่างนี้ก็ดีไป แต่สำหรับผู้ที่ตบะยังไม่กล้าแข็งพอก็ยังไม่รู้จักแยกแยะว่าอันไหนควรฉันไม่ควรฉัน เมื่อฉันไปแล้วก็ติดอกติดใจขวนขวายหามา ไม่เคยสั่งโยมก็กล้าที่จะสั่งให้โยมหามา บางทีก็ปรุงแต่งเอามาผสมรวมกันเพิ่มรสเพิ่มชาติ วันไหนไม่ได้ฉันก็หงุดหงิดรำคาญใจ ไม่ได้ฉันก็ทำสมาธิไม่ได้เดินจงกรมก็ไม่สะดวก เดินทางไปไหนก็พกติดตัวติดย่ามเป็นเสบียงไปเป็นหอบๆ

สังเกตดูครูบาอาจารย์ที่ท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ท่านจะไม่ยุ่งกับเรื่องการขบฉันมาก มีอย่างไรก็ฉันอย่างนั้น ถ้าสิ่งไหนที่มันส่งเสริมกิเลสท่านจะไม่เอาด้วย และท่านก็จะสงวนรักษาพระเณรมาก ท่านจะห้ามไม่ให้พระเณรทำ ห้ามไม่ให้พระเณรฉัน มันเป็นเรื่องใหญ่โตมากถ้าการขบฉันของพระเณรซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้เห็นภัยในวัฏสงสารกลับกลายมาเป็นการขบฉันเพื่อส่งเสริมกิเลส มันถึงกับขวางกั้นคุณธรรมความดีไม่ให้เกิดมีขึ้นถ้าเราติดในเรื่องการฉัน ถึงแม้ในพระวินัยจะไม่ได้ห้ามไว้ แต่ถ้ามันทำให้พระเณรเสีย ทำให้พระเณรใจแตก ท่านก็จะถือว่าเป็นมหาภัยที่สุด ถ้าเป็นยาปรมัตถ์สมุนไพรที่ปรุงแต่งมากเกิน ท่านก็จะว่าเป็นยาเบื่อพระเบื่อเณร ถ้าเป็นน้ำปานะที่พิสดารเกินท่านก็จะว่าเป็นน้ำพาพระเมา พระเณรฉันแล้วเมาติดกันงอมแงม ไม่มีก็ถามหา บางคนตั้งแต่ยังไม่ได้บวชก็ยังไม่เคยได้ฉันของดีๆ แปลกๆ พิสดารอย่างนี้ ทำให้เพิ่มความหลงเข้าไปอีก หรือบางทีผู้ที่ไม่รู้มาพบเห็นเข้าก็จะเข้าใจว่าพระเณรฉันอาหารในเวลาวิกาลก็มี

๑๐. เราบวชมาแล้วเราอย่ามาหลงในปัจจัยไทยทานที่ญาติโยมนำมาถวาย ส่วนใหญ่ของที่เขาถวายมีแต่ของดีๆ อันนั้นก็ดี อันนี้ก็ดีตามยุคตามสมัยเรื่อย จุดมุ่งหมายของการบวชเราไม่ได้ต้องการมาเอาสิ่งเหล่านี้ อย่าเป็นผู้มีรสนิยมสูง นักบวชเราควรใช้สิ่งของที่จำเป็นและต้องประหยัด ถ้าของมันเหลือเฟือก็จัดจ่ายไปให้คนอื่นเขาใช้สอยกัน ความเจริญของพระมันอยู่ที่จิตใจของเราไม่มีความโลภ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความหลง เป็นผู้อยู่เหนือโลกธรรม ไม่ให้ลาภ ยศ สรรเสริญ มาครอบงำจิตใจ บางที่พระเณรก็มากเกินไปชอบขอของจากพ่อ จากแม่ จากเพื่อนฝูง

เรามาบวชมาปฏิบัติแล้วยังไปรบกวนมันเป็นสิ่งที่น่าละอายแก่ใจ บางคนก็ไม่ยอมใช้ของสงฆ์ของที่มีอยู่ในวัด พอจะมีโยมเลื่อมใสก็ชอบสั่งเขา บางทีก็ว่าจะเอาไปถวายครูบาอาจารย์องค์นั้นองค์นี้ ความเป็นจริงแล้วครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้ยินดีในสิ่งเหล่านั้น ท่านยินดีในการประพฤติปฏิบัติของลูกศิษย์ที่เป็นผู้มีความน่าไว้เนื้อเชื่อใจในข้อวัตรการปฏิบัติธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของเพื่อนสหธรรมมิกผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เป็นผู้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ไม่นำความเสียหายมาสู่ครูบาอาจารย์เพื่อนฝูง ว่าเป็นคนดีแต่พูดแต่ปฏิปทาน่ารังเกียจ ให้เราทุกท่านถือว่าเรามากตัญญูกตเวทีต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ ท่าน

๑๑. พระเณรอันตราย พระเณรส่วนใหญ่ชอบปกปิดความผิดของกันและกัน เพราะว่าเวลาอยู่กับครูบาอาจารย์ก็ปฏิบัติอย่างหนึ่ง อยู่ธรรมดาก็ปฏิบัติอย่างหนึ่ง ทำให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป ก็เลยกลายเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง ใครทำผิดก็ช่วยกันปกปิดไว้เพราะใครพูดให้ครูบาอาจารย์ฟังได้เรื่องแน่ ถือว่าไม่ใช่พรรคไม่ใช่พวก พระเณรที่ตั้งใจปฏิบัติดีก็กลายเป็นไม่มีพรรคไม่มีพวก ที่ปฏิบัติถูกธรรมถูกวินัยกลายเป็นถูกมองว่าทำไม่ถูกไม่ควร ไม่มีน้ำใจ ตามที่จริงแล้วสิ่งไหนที่ไม่ถูกก็ควรบอกกันเตือนกัน ดูท่าทางแล้วถ้าบอกเตือนกันไม่ได้ก็กราบเรียนครูบาอาจารย์ ท่านจะได้ช่วยแก้ไข พระเณรพวกนี้จะช่วยกันทุกวิถีทาง เช่น ไม่ลุกทำวัตรทำกิจวัตร ไม่ออกบิณฑบาตก็จะมีสายเอาน้ำปานะไปให้ เอาเมล็ดทานตะวันเอาเนยไปให้ พระภิกษุสามเณรชนิดนี้เรียกว่าเป็นพระภิกษุมหาโจร เป็นผู้ทำลายคณะสงฆ์ ทำลายครูบาอาจารย์ ทำลายศาสนา เป็นการสร้างบาปสร้างกรรมอันใหญ่หลวง เป็นการเสี้ยมสอนให้ผู้ที่ไม่เคยทำความผิดให้ทำความผิด อ้างว่าวัดโน้นก็ทำกัน วัดนั้นก็ทำกัน มีแต่วัดเราที่ไม่ทำไม่เป็นไรไม่ผิด พระเณรชนิดนี้ให้ทุกคนดูถูกไว้เลยว่าเป็นพระไม่ดีใช้ไม่ได้ อย่าได้เอาเป็นตัวอย่างเด็ดขาด เป็นการเข้าใจผิด มีความเป็นมิจฉาทิฎฐิที่มีความเห็นเข้าใจว่า ช่วยกันปกป้องกันชื่อว่ารักกันเมตตากัน นี้เป็นการคบค้าสมาคมเยี่ยงมหาโจร เมื่อถึงคราวแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็แตกกัน วัดทุกวัด สำนักทุกสำนัก ไม่น่าจะมีมารศาสนาชนิดนี้อยู่ในสถานที่นั้นๆ ถ้าเราไม่พากันปกปิด ความเสื่อมเสีย ความเศร้าหมอง ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ก็จะมีไม่ได้ ทุกอย่างมันไม่สายเกินไป เมื่อเราเข้าใจอย่างถูกต้อง ต้องเดินตามรอยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ ผู้เป็นตัวอย่างของเราทุกๆ ท่าน

๑๒. อันตรายของพระภิกษุสามเณรทั้งบวชเก่าและบวชใหม่ ได้แก่ เรื่องผู้หญิง พระเณรเราต้องไม่ประมาท ตราบใดที่เรายังไม่สิ้นกิเลส เราอย่าไปเปิดโอกาสให้กิเลสมันมาถล่มทลายเรา คือว่าเราบวชมาแล้ว เราหมดหน้าที่ของความเป็นโยมแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปคิดชอบหรือไม่ชอบอะไร เพราะการบวชนั้นต้องบวชทั้งกาย ทั้งวาจา ทั้งใจ ถ้าเราไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมาเกี่ยวข้องเขาจะมาเกี่ยวข้องกับเราไม่ได้เป็นเด็ดขาด ส่วนใหญ่โยมทำบุญตักบาตรถวายทานเป็นผู้หญิง เพราะเขาถือว่าเป็นหน้าที่เป็นความรับผิดชอบในครอบครัว ในพระศาสนาและในการสร้างคุณงามความดี ให้เราปฏิบัติตามพระวินัยให้เคร่งครัด หากมีเหตุจำเป็นให้เกี่ยวข้องกับผู้หญิงต้องห้ามอยู่กับผู้หญิงสองต่อสองหรือกับผู้หญิงหลายคน หรืออยู่ในที่ลับหูลับตากับผู้หญิง ไม่เขียนจดหมายหรือโทรศัพท์ติดต่อกับผู้หญิง พยายามไม่ให้ผู้หญิงมาเกี่ยวข้องกับเราโดยการเป็นอุปัฏฐากส่วนตัว ไม่เดินทางไปไหนมาไหนกับผู้หญิง ไม่ไปบ้าน ไม่ไปในสถานที่ๆ มีอุบาสิกาโดยไม่มีเหตุสมควร ถ้าชอบให้โยมผู้หญิงเป็นโยมอุปัฏฐากรับผิดชอบนั้นแสดงว่าไม่ถูกต้องแล้ว พระส่วนใหญ่ที่ตั้งใจว่าจะบวชไม่สึกมุ่งมรรคผลนิพพานมักจะมาเสียกับผู้หญิงนี้แหละ ถ้าไม่ถึงกับสึกก็ร่อแร่หมดสภาพหาความเจริญได้ยาก

พระเราส่วนใหญ่บวชมาแล้วผิวพรรณก็ผ่องใส นิสัยก็เรียบร้อยมีความสงบ มีสติมีปัญญา พูดก็เพราะ เป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงชอบมาพูดคุยมาคลุกคลี ไม่ว่าสาวเล็กสาวใหญ่ สาวแก่แม่ม่าย ภรรยาเขา ให้เราถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญหรือเป็นโลกวัชชะ ผิดทั้งทางโลกและทางธรรม อย่าให้เกิดความเศร้าหมอง ให้เรารักษาพระวินัยเราเหมือนกับพระสารีบุตรตอนที่ไปภาวนาในป่ากับพระโมคคัลลานะแล้วป่วย มีเทวดาได้ยินพระสารีบุตรสนทนากับพระโมคคัลลานะว่า เคยได้ฉันข้าวมธุปายาสแล้วหาย จึงไปเข้าฝันชาวบ้านให้ทำข้าวมธุปายาสมาใส่บาตร พระโมคคัลลานะจึงได้นำมาให้พระสารีบุตรฉัน แต่พระสารีบุตรรู้ด้วยพระปัญญาญานว่าอาหารนี้ได้มาโดยมิชอบเพราะมีเทวดาไปบอกชาวบ้านให้ใส่บาตร ท่านจึงให้พระโมคคัลลานะเทข้าวมธุปายาสทิ้งเสีย ทันทีที่ข้าวมธุปายาสตกถึงพื้น โรคท้องของพระสารีบุตรก็หายฉับพลัน

การรักษาศีลของพระอริยะเจ้าเป็นสิ่งที่ละเอียดมาก ทุกวันนี้พระกรรมฐานนั่งอยู่กับผู้หญิงโดยไม่มีผู้ชายนั่งอยู่ด้วยก็มีมาก ให้เราดูตัวอย่างครูบาอาจารย์ ท่านจะไม่นั่งคุยกับผู้หญิงสองต่อสอง ถ้ามีเหตุที่จะต้องพูดคุยก็มีพระเณรหรือโยมผู้ชายนั่งอยู่ด้วย ถ้าหมดธุระจำเป็นแล้วก็กล้าบอกให้โยมกลับบ้าน ให้มีความเคารพต่อพระพุทธเจ้ามากกว่าเกรงใจผู้หญิง ก็ให้พระเก่าพระใหม่อย่าไปหลงประเด็น ให้ยึดถือพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ดี เราจะได้บรรลุถึงมรรคผลนิพพานได้ตามปรารถนา

๑๓. ให้ระมัดระวังความเสื่อมเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะทุกวันนี้ผู้ที่เข้ามาบวชบางทีอาจจะมีตุ๊ด มีกะเทย อีแอบ ให้พระเณรทุกรูปคอยสังเกตการณ์ว่ามีใครบ้างออกอาการมากน้อย จะสังเกตได้จากความประพฤติหลายอย่าง เช่น การเดินจะออกกระตุ้งกระติ้ง เดินแกว่งแขนตะพายเรือ ส่ายตะโพกเป็นส่วนใหญ่ไม่มากก็น้อย เวลาพูดชอบจีบปากจีบคอ พูดเสียงหวานๆ เวลายิ้มจะยิ้มละไม เวลามองชอบใช้หางตามอง ชอบแอบมองพระเณรหนุ่มๆ หล่อๆ หาวิธีคุ้นเคย ชอบฟังซาวเบาท์ ชอบมีโทรศัพท์มือถือ จะรักษาผิวพรรณเหมือนกับผู้หญิง ชอบใช้เครื่องสำอาง ใช้อุปกรณ์อาบน้ำเยอะแยะมากมาย ชอบหาของดีๆ สวยๆ มาใช้ จะไม่ชอบทำงานหนัก งานกรรมกร ชอบทำงานประดิษฐ์ประดอย ชอบงานตกแต่ง งานจัดดอกไม้ สวนหย่อม จัดสถานที่ เวลาเจอพวกเพื่อนลักษณะเดียวกันจะออกอาการเยอะเห็นได้ชัด

อาการของจิตเราทุกคนนั้นสำคัญมาก ทำให้เกิดวิปริตได้ต่างๆ นานา สิ่งที่ไม่น่าจะเป็นก็เป็นไปได้ เช่น ถ้าเราไปตรึกนึกคิดในเรื่องไหนมากๆ อาการทางกายก็คอยเป็นไปด้วย ถ้าเราคิดรักคิดชอบผู้ชายบ่อยๆ เป็นจริตนิสัย ฮอร์โมนเราก็เปลี่ยนไปตามความคิด ยิ่งการงานก็ชอบงานผู้หญิงทำยิ่งกันไปใหญ่ มันยิ่งเสริมเป็นกำลังสอง

เหมือนอย่างครั้งสมัยพุทธกาล มีพ่อค้าหนุ่มคนหนึ่งคิดไม่ดีกับท่านพระมหากัจจายะนะ คือ คิดว่าพระมหากัจจายะนะท่านนี้มีรูปร่างสง่างามดีถ้าใครได้ไปเป็นสามีคงจะเป็นบุญไม่น้อย กรรมที่คิดอย่างนี้กับท่านพระมหากัจจายะนะซึ่งเป็นพระอริยะเจ้าทำให้พ่อค้าหนุ่มกลายเพศเปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงทันที เวลาผ่านไปทำให้ต้องไปมีครอบครับมีลูก ก็สำนึกถึงบาปกรรมที่ตนคิดไม่ดี จึงได้ไปปรารภเหตุเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านพระมหากัจจายะนะทราบแล้วได้กล่าวขอขมาอโหสิกรรม จึงทำให้เขาได้กลับคืนมาเป็นเพศชายเหมือนเดิม อันนี้เป็นกรรมที่เกิดจากความนึกคิด

บางทีไม่ได้เป็นบัณเฑาะหรือกะเทยมาแต่กำเนิด แต่มันเกิดจากค่านิยมผิดๆ ที่ชอบทำอะไรตามๆ กัน คิดตามๆ กัน อย่างเช่น การเจาะหู การย้อมผม ไว้ผมยาว ถ้าเป็นลักษณะเช่นนี้ก็พอที่จะแก้ไขได้ โดยผู้ที่มีนิสัยการกระทำออกไปทางผู้หญิงต้องเปลี่ยนความคิดพฤติกรรมใหม่ พยายามเดินเหินพูดจาให้ทะมัดทะแมง การงานก็ให้ทำเหมือนผู้ชาย อย่าไปจัดดอกไม้จัดสวนหย่อม จัดสถานที่ ต้องไม่กลัวแดดกลัวลมกลัวดำ ไม่ไปคลุกคลีคบค้าสมาคมไม่ไปไหนมาไหนด้วยกัน และแยกตัวออกจากเพื่อนที่มีอาการลักษณะเดียวกัน และห้ามไปหยอกล้อจี้จุดผู้ที่มีพฤติกรรมออกไปทางผู้หญิงจะเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมของเขา 

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นบัณเฑาะ เป็นตุ๊ด เป็นกะเทยหรือ อีแอบ ก็ให้ระมัดระวังอาการกิริยาของเรา เพราะทุกวันนี้ใครออกอาการลักษณะผู้หญิงเขาก็เหมาว่าเป็นตุ๊ด เป็นกะเทย เป็นอีแอบกันหมด ถ้าหากเราต้องไปพักในสถานที่เดียวกัน พักรวมกันให้ระมัดระวังอย่าประมาทจะเป็นการเปิดโอกาสให้เขากระทำสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ทำให้เราพลาดท่าเสียทีขาดจากความเป็นพระต้องอาบัติปาราชิก ห้ามสวรรค์มรรคผลนิพพาน

๑๔. พระที่ตกอยู่ในจำพวกพระมนต์ดำ ได้แก่พวกที่เรียนวิชาไสยศาสตร์เรียนเวทมนตร์คาถา ยินดีในเครื่องรางของขลัง บางท่านถึงกับลงทุนไปสักลาย ฝังตะกรุด ไปเรียนวิธีปลุกเสกว่าทำอย่างไรถึงขลังถึงศักดิ์สิทธิ์ ร่ำเรียนวิธีเขียนตะกรุดเขียนผ้ายันต์ว่าทำอย่างไรถึงขลัง สนใจอ่านตำราหมอดู ดูฮวงจุ้ย เรียนดูลายมือ ดูฤกษ์ ดูดวง บอกเลขใบ้หวย นี้เป็นมนต์ดำไม่ใช่คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

ตามความเป็นจริงแล้วพระพุทธเจ้าไม่ให้เรียน ถือว่าเป็นดิรัจฉานวิชา เป็นวิชาที่ขวางกั้นทางสวรรค์มรรคผลนิพพาน ถ้าเราปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามพระธรรมคำสั่งสอนขอพระพุทธเจ้าแล้ว ความขลังความศักดิ์สิทธิ์ก็จะเกิดมีขึ้นมาเอง มันเป็นผลพลอยได้ สำหรับพระภิกษุสามเณรเราเข้ามาในสายตรงแล้วไม่น่าจะไปยุ่งเกี่ยวในสิ่งเหล่านี้ ถ้าเรามายุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเราไม่เอามรรคผลนิพพานแล้ว เราจะเอาทางข้าวของเงินทอง ที่ทำตัวเป็นผู้ขลังศักดิ์สิทธิ์บางทีมันไม่ขลังจริงหลอกลวงชาวบ้าน พูดไปหลับตาเคร่งๆ ขรึมๆ ไป เคี้ยวหมากไป ทำเป็นกำหนดวาระจิตทำให้เขาเลื่อมใส

ทำอย่างนี้พระเณรที่มาบวชภายหลังจะเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นพระพุทธศาสนา ญาติโยมที่ยังไม่เข้าถึงพระรัตนตรัย เห็นพระขลังๆ เคร่งๆ ขรึมๆ ก็หมอบคลานเข้ามาเป็นแถวๆ การที่เราปั้นรูปพระ ทำรูปเหรียญครูบาอาจารย์ รูปพระสมเด็จพระพุทธเจ้านี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ผิด เพื่อจะแจกให้ญาติโยมได้ไว้ไปบูชาหรือติดตัวเพื่อระลึกถึงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เพื่อจะได้สร้างคุณงามความดี ถ้าเราเอาไปจำหน่ายเอาไปขาย ตั้งราคาองค์นั้นราคาเท่านี้องค์นี้ราคาเท่านั้นชื่อว่ามันผิดทางแล้ว มันเป็นการค้าขายเป็นพาณิชย์ไป มันไม่ใช่ความเสียสละจริง ไม่ใช่เมตตาจริง ไม่ใช่พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

๑๕. เราเป็นพระเป็นเณรต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีมารยาสาไถย หมกเม็ดมีเล่ห์กล มีอะไรก็ต้องกราบเรียนครูบาอาจารย์หมดทุกอย่าง เพื่อจิตใจจะได้ขาวสะอาดปฏิบัติจะได้ไม่ติดขัด เช่น มีความอยู่ในใจว่าจะเดินทางไปที่โน่น ที่นั่น ที่นี่ มีการวางแผนไว้แล้วแต่กราบเรียนครูบาอาจารย์เพียงอย่างเดียว เมื่อไปถึงที่นั่นก็ต่อไปในที่ต่างๆ เท่าที่กิเลสมันจะบงการ พระเณรทุกวันนี้นิสัยเสียมาก จัดเป็นพระสะเปะสะปะ พระกาฝาก พระไม่มีแก่น ไม่มีสาระ บางทีไปไหนก็ไปเลยไม่บอกลา ไปแล้วค่อยมาบอกทีหลัง โทรศัพท์มาขอโอกาส ให้โยมมาขอ แม้แต่ไปรับกิจนิมนต์กว่าจะกลับเข้าถึงวัดได้แวะตั้งหลายแห่ง การที่เราจะเดินทางไปไหน เราต้องแจ้งให้ครูบาอาจารย์ทราบล่วงหน้าว่าไปกี่วัน ไปที่ไหนบ้าง ไม่ว่าจะไปเดินธุดงค์ที่ไหน ครูบาอาจารย์จะได้รู้ว่ามันเหมาะมันควรไหม

พระประเภทนี้วันๆ หนึ่งคิดจะหาวิธีออกจากวัดเพื่อระบายอารมณ์ มีใครบ้างจะพาไป มีใครบ้างจะเอารถไป เดี๋ยวไปเยี่ยมที่โน่นเยี่ยมที่นี่ ไม่มีความหนักแน่นเหมือนคนไม่มีเจ้าของ อาจารย์บอกแล้วก็ไม่ฟัง บอกว่าอย่าไปทำอย่างนั้นเดี๋ยวจะไปออกหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่ง เมื่อเราปล่อยนิสัยของเราไปเรื่อยๆ ก็ยากที่จะเปลี่ยนนิสัย เพราะหนังมันหนาเป็นคืบๆ มันด้าน ก็เตือนผู้ที่จะปฏิบัติตามพระพวกนี้ เพราะกว่าจะรู้ว่ามันผิดมันก็สายเสียแล้ว เหมือนรถคันใหญ่ไปอยู่ในถนนเล็กๆ จะกลับหลังก็กลับไม่ได้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

๑๖. ผู้ที่บวชมาแล้วต้องเป็นผู้ที่มีความหนักแน่นในอัฐบริขาร อย่าทำตัวเป็นผู้เหลาะแหละโลเล ใจง่าย ขายก่อนซื้อ หลงตามกระแสนิยมเหมือนอย่างคนทั่วไปเขาหลงแฟชั่นกัน ปีนี้นิยมอย่างนั้น ปีนั้นนิยมอย่างนี้ เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยเรื่อย เห็นเขาใช้บาตรเหล็กกันก็เปลี่ยนไปใช้เหมือนเขา เห็นเขานิยมใช้บาตรสแตนเลสก็เปลี่ยนมาใช้บาตรสแตนเลสเหมือนเขา เปลี่ยนขาบาตร เปลี่ยนผ้าสบงจีวรเป็นว่าเล่นเห็นอะไรก็จะเอาหมด เป็นพระเป็นเณรหลายใจ เป็นพระเป็นเณรเจ้าชู้ ให้เราดูแบบอย่างครูบาอาจารย์ที่ท่านเคร่งครัด มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งพระทั้งเณรมากมายทำอัฐบริขารมาถวายท่าน ทั้งขาบาตร ทั้งร่มกลด ทั้งบาตรเหล็ก บาตรสแตนเลส ทั้งผ้าสบงจีวร มีแต่ของดีๆ สวยๆ งามๆ ทั้งนั้น ท่านก็ไม่ได้สนใจ ท่านยินดีในอัฐบริขารเดิมของท่าน

บางทีลูกศิษย์ลูกหามาเปลี่ยนให้ท่านใช้ของใหม่ๆ ดีๆสวยๆ ท่านก็ถามหาของเก่าที่เคยใช้กลับคืนมา ให้เรามีความยินดีในบริขารของเรา ถ้าไม่ขาดไม่หายหรือชำรุด เราก็ไม่ควรเปลี่ยนบริขารบ่อย ให้เป็นผู้เลิศในทางมักน้อยสันโดษ อย่าเป็นผู้เลิศในทางข้าวของเครื่องใช้งาม มันน่าละอายมากที่บวชมาแล้วยังมาติดกับสิ่งของเหล่านี้อีก บางคนถึงกับไปจ้างวานเขาทำบริขาร ทำขาบาตร ทำร่มกลด ตัดเย็บผ้าสบงจีวร อย่าไปแข่งอวดบริขารกันว่าใครทำ ทำจากที่ไหน ผ้าจีวรจะหนาหรือจะบางไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าบวชมาแล้วต้องเดินจงกรมให้มาก นั่งสมาธิให้มาก ทำอย่างไรจึงจะเป็นพระอริยะเจ้าได้นั้นจึงจะดี

๑๗. พระบวชก่อนต้องเป็นตัวอย่างให้พระใหม่ ให้พาเขาทำข้อวัตรให้เคร่งครัด พาเขาทำกิจวัตร พาเขาทำสมาธิ วินัยเล็กๆน้อยๆ ต้องคอยตักเตือน พูดจาให้ดีๆ ให้เพราะๆ อย่าไปวางมาดวางก้าม ประพฤติปฏิบัติตนไม่ให้มีตัวไม่ให้มีตน ต้องเป็นผู้เสียสละตนและเสียสละท่าน เราจะได้ถือโอกาสฝึกตนเองและรุ่นน้องพร้อมๆ กัน เพราะการพูดร้อยครั้งก็ยังไม่สู้ทำครั้งเดียวให้ดู เราทำหน้าที่ของเราไปอย่าไปอยากใหญ่อยากดัง อยากมีชื่อเสียง อย่าไปอยากมีลาภ อยากมียศ อยากมีเสียงสรรเสริญ อย่าไปแข่งกันมีลูกศิษย์ลูกหากัน คนเราไม่อยากได้มันยิ่งได้ ไม่อยากใหญ่มันยิ่งใหญ่ การเสียสละการปฏิบัติคุณงามความดีเป็นหน้าที่ของเราทุกๆ คนและก็เป็นเรื่องรีบด่วน เราอย่าไปคิดว่าอยากมีอิสระเป็นตัวของตัวเอง

ความหมายของอิสระนี้ หมายถึงไม่เป็นทาสของกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ไม่ให้ความยึดมั่นถือมั่นมาครอบครองจิตใจของเรา ให้เราถือว่าชีวิตของเรานี้เหมือนวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง เราจะทำแต่ความดี เราอย่าไปคิดว่าเป็นงานหนัก เรายังไม่หมดกิเลสแล้วต้องมานำคนอื่นมาปฏิบัติ เพราะนี้แหละคือเรากำลังปฏิบัติธรรม ธรรมะมันไม่ได้อยู่ไกลหรอก มันอยู่ตรงนี้แหละ เราพยายามอบรมบ่มอินทรีย์ไปเรื่อยๆ อย่าไปเปิดโอกาสให้กิเลสมันหายใจมากเดี๋ยวเราก็จะได้ดีเอง

๑๘. พระที่จะเป็นเจ้าอาวาสหรือประธานสงฆ์ ให้พิจารณาตัวเองให้ดีๆ ว่าเราไม่ได้ไปเป็นเพื่อที่จะทำตามใจกิเลส เราไปเป็นเพื่อชำระสะสางตัวเองและพระเณรที่ย่อหย่อนต่อพระธรรมวินัย เพื่อจะได้นำทำข้อวัตรปฏิบัติ ฟื้นฟูพระศาสนาที่ตกต่ำให้ดีขึ้น เพื่อเป็นผู้นำกุลบุตรลูกหลานประพฤติปฏิบัติให้เกิดมรรคเกิดผล ถึงขั้นนิพพานอย่างถูกต้อง เราไม่ต้องไปกลัวว่าถ้าปฏิบัติเคร่งครัดเกินไปจะไม่มีเพื่อนไม่มีใครมาอยู่ด้วย หรือจะไม่มีกุลบุตรลูกหลานเข้ามาบวชประพฤติปฏิบัติสืบทอดพระศาสนา ตามความเป็นจริงแล้วทุกวันนี้ประชาชนญาติโยมยังขาดผู้ที่จะนำพาประพฤติปฏิบัติ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีปัญญา เขารู้จักสังเกตความประพฤติปฏิบัติของพระ ถ้าที่ไหนปฏิบัติย่อหย่อนเขาก็ไม่เลื่อมใสศรัทธา แต่ถ้าที่ไหนปฏิบัติถูกต้องตรงต่อหลักธรรมหลักวินัยแล้วเขาก็มีความเคารพศรัทธาเลื่อมใส อยู่ใกล้ไกลแค่ไหนถ้ามีลูกมีหลานก็แนะนำให้มาบวชให้มาประพฤติปฏิบัติ

เราอย่าไปเน้นทางวัตถุ ให้เน้นทางจิตทางใจ ทางข้อวัตรปฏิบัติ ถ้าเรายังไม่หมดกิเลสเราจะไปยุ่งกับการก่อสร้างมากมันไม่ดีมันจะลำบากญาติโยม หนักๆ เข้าภายหลังจะทำให้เป็นหนี้เป็นสิน ต้องวิ่งเต้นหาโยมคนนั้นคนนี้ หาวัสดุที่โน่นที่นี่ หากฐินผ้าป่า หากิจกรรมเพื่อจะได้เงินมาก่อสร้าง เน้นสร้างพระให้เป็นพระ เน้นสร้างเณรให้เป็นเณรนั้นมันประเสริฐที่สุดแล้ว

๑๙. พระภิกษุสามเณรที่บวชมาแล้ว ควรฝึกถือธุดงควัตร เพราะจะทำให้จิตใจเราเข็มแข็ง เป็นการไม่ให้อาหารกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ชอบทำอะไรตามใจ เปรียบเสมือนเราขังเสือตัวหนึ่งไว้ไม่ให้มันกินอาหาร นานๆ เข้าเดี๋ยวมันก็ตายเอง

ลักษณะของการถือธุดงค์มีมากมายที่นอกเหนือจากธุดงควัตร ๑๓ ข้อ เช่น เราสมาทานว่าจะไม่ฉันน้ำปานะ ไม่ฉันอาหารอันไหนที่เราชอบมากๆ สมาทานจะฉันข้าวเปล่าๆ จะเว้นวันฉันอาหาร จะไม่ใช้ช้อน จะฉันอาหารที่ตักใส่ในบาตรให้หมดทุกครั้ง สมาทานจะทำวัตรสวดมนต์เช้าเย็นทุกวันไม่ให้ขาด จะฉันอาหารหรือไม่ฉันเราจะออกบิณฑบาตทุกวัน จะไม่นอนเกิน ๔ ชั่วโมง จะไม่ไปคลุกคลีกับใคร จะเดินจงกรมอย่างน้อยวันละกี่นาที นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละกี่นาที จะอ่านหนังสือท่องหนังสืออย่างน้อยวันละกี่นาที ให้สมาทานเอา สมาทานไม่พูดกับใคร ไม่มองหน้าใคร สมาทานไม่ใช้โทรศัพท์ ไม่เล่นคอมพิวเตอร์ สมาทานว่าจะทำกิจวัตรปัดกวาดเช็ดถูทุกวัน ทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน สมาทานจะไปกวาดถูกุฏิครูบาอาจารย์ทุกๆ วัน ลักษณะเช่นนี้ถ้าเราตั้งใจสมาทานเรียกว่าธุดงค์ เราอาจจะฝึกเป็นช่วงๆ หรือถ้าเราฝึกนานจิตใจเราก็ยิ่งเข็มแข็ง 

ผู้ถือธุดงค์ต้องเจริญอุเบกขาวางเฉยต่ออารมณ์ให้มาก เดี๋ยวจิตใจจะหวั่นไหว ท้อแท้ท้อถอย เพราะช่วงนี้เรายังเอากิเลสเป็นใจ จิตใจมันจะเหี่ยวแห้งจะหมดอาลัยตายอยาก นั้นเป็นเพราะกิเลสมันกำลังป่วยที่เราไม่ให้อาหารมัน มันจะพรรณนาร่ำไรรำพันอยู่ในใจถึงความสุขต่างๆ นานา ว่าสุขเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ขอบ้างนิดหน่อยน่าคงไม่เป็นไร เราต้องพยายามทำใจให้สงบให้ได้อย่าไปสนใจมัน ก็ให้ฝึกถือธุดงค์เนสัชชิกบ้าง จะได้เจริญสติไม่ให้ง่วงเหงาหาวนอน เรายังหนุ่มยังน้อยยังมีกำลังฝึกเราต้องตั้งใจฝึกให้ดีๆ กิเลสเรานี้มันมาเหนือเมฆมาก มันผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ว่าอย่าเพิ่งทำเลยอย่าปล่อยอย่าวางเลย ขอโอกาสบ้างนิดหน่อย ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ผู้ปฎิบัติที่มุ่งมรรคผลนิพพานจึงจำเป็นต้องได้อาศัยการถือธุดงค์เหล่านี้ที่นอกเหนือจากธุดงควัตร ๑๓ ข้อ เป็นการบังคับเข้มงวดฝึกฝนจิตใจของตนเอง เพราะลำพังอาศัยกิจวัตร ข้อวัตรต่างๆ ก็ยังไม่เพียงพอยังไม่อาจทำให้กิเลสของเราเบาบางลงได้

๒๐. ออกพรรษาหน้าแล้ง สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีโอกาสก็ให้พระภิกษุสามเณรออกเดินธุดงค์ หาความวิเวกตามป่าเขาลำเนาไพรเพื่อผ่อนคลายความเครียด ถ้าอยู่แต่วัดอย่างเดียวบางทีมันอยากจะสึก การเดินธุดงค์นั้นยังเป็นการฝึกฝนอบรมจิตใจไม่ให้ติดในที่อยู่ที่อาศัย ความสะดวกสบาย ถ้าอยู่ใกล้วัดใกล้ที่นอนฉันเสร็จแล้วมันจะหงายท้องเร็ว การไปเดินธุดงค์นี้มีประโยชน์มาก ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติให้เคร่งครัดในศีลทุกสิกขาบทและในธุดงควัตร เพราะการไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ตามป่าตามเขานั้น ศีลจะเป็นที่พึ่งของเราได้

การเดินธุดงค์นั้นมันจะมีทุกข์มาก เราจะได้ฝึกทำใจให้นิ่งเมื่อเจอสิ่งที่ชอบใจและไม่ชอบใจ เช่น เราต้องไปนอนตามพื้นดิน ตามโคนไม้ ตามป่าช้า ตามป่าเขาทุรกันดาร มีการอยู่การฉันอย่างอดๆ อยากๆ บางทีก็มดปลวก สัตว์ร้าย ภูตผีปีศาจก็มารุมถ้าเราศีลไม่ดี การเดินต้องเจอทั้งแดดทั้งฝน ทั้งเท้าพอง ทั้งหิวน้ำ เราต้องผอม ต้องตัวดำ ความสุขทุกอย่างเราต้องละหมด ผิวพรรณก็ไม่ต้องกลัวมันดำร่างกายก็ไม่ต้องกลัวมันผอม ให้มันขาวที่จิตที่ใจ ให้มันอ้วนที่จิตที่ใจ มันจะได้ฉันบ้าง ไม่ได้ฉันบ้างเราก็ต้องยอมอย่างมากก็ตายเท่านั้น

การเดินธุดงค์ถ้าพรรษาเราน้อยก็ต้องไปกับพระพี่เลี้ยงพรรษามาก ท่านพาไปเราก็ไป ท่านพาอยู่เราก็อยู่ ถ้าพระพี่เลี้ยงปฏิบัติเคร่งครัดดีเราก็ได้รับประโยชน์มาก ลักษณะพระพี่เลี้ยงที่จะเป็นผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยมุ่งมรรคผลนิพพานไม่เกี่ยวข้องกับทางโลก ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ติดต่อรบกวนญาติโยม เวลายากลำบากจะไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน จะไม่อนุโลมผู้ที่ติดตามให้อ่อนแอ รักษาความสะอาดความสงบทุกๆ ที่ ที่ไปพัก มีไหวพริบมีสติปัญญาหลีกเลี่ยงป้องกันอันตรายที่จะมาถึงได้ ถ้ามีโอกาสก็ควรแจ้งให้เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะจังหวัดทราบ หรือให้โยมไปแจ้งให้ท่านทราบ

เมื่อเรามีโอกาสได้ออกเดินธุดงค์ได้ปลีกตัวออกจากวัด จากหมู่คณะ จากญาติโยมแล้ว ถ้าเราจะไปหาตีสนิทกับญาติโยมที่อื่นอีก หรือไปหาอยู่หาสบายไม่ภาวนาไม่ทำความเพียร อันนี้ไม่ได้ชื่อว่าเรามาเดินธุดงค์ไม่สมกับที่เราล่ำลาครูบาอาจารย์มาปลีกวิเวกเพื่อภาวนาเพื่อทำความเพียร อานิสงส์ของการเดินธุดงค์นี้มีมาก ทำให้เราย่นภพชาติกับทำให้เราบรรลุธรรมเร็ว ถ้าเราตั้งใจจริงชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเราได้ ขอให้ตั้งใจ

บวชเณร

๒๑. ผู้ที่บวชมาแล้วให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้ดีๆ ให้เกิดมีคุณธรรมขึ้นภายในจิตใจให้เป็นพระอริยะเจ้าให้ได้ ให้เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของเพื่อนพระภิกษุ สามเณร ญาติโยม ให้ตัวเราเองกราบตัวเองได้ อย่าคอยแต่หวังพึ่งครูบาอาจารย์ เพราะครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้อยู่กับเราตลอด ถ้าเรายังปฏิบัติตัวเองยังไม่มีคุณธรรมพอ มันจะไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง จะสวดมนต์ให้พร ก็ออกเสียงไม่เต็มที่ไม่มีพลัง พอถึงคราวที่จะต้องพูดธรรมะจะสั่งสอนญาติโยมก็กล้าๆ กลัวๆ เพราะตัวเองก็ยังปฏิบัติไม่ได้ ไม่กล้าที่จะสบตากับครูบาอาจารย์ ญาติโยม เพราะมีความผิดอยู่ในใจ เราไม่ต้องไปกลัวว่าเราไม่เก่งเทศน์สอนไม่ได้ ให้เราตั้งใจทำข้อวัตรปฏิบัติให้ดี ไม่ให้ขาดตกบกพร่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเป็นการเทศน์การสอนไปในตัวแล้ว เราไม่ต้องไปสนใจว่าจะมีญาติโยมมาศรัทธาเลื่อมใสมากหรือน้อย จะมีปัจจัยข้าวของเครื่องใช้หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ตัวศาสนา ถ้าเราปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจริง ไม่ปฏิบัติออกไปทางโลก ทีนี้ไม่อยากมีก็ต้องมี ไม่อยากได้ก็ต้องได้ ทุกวันนี้จุดมุ่งหมายของการบวชเริ่มจะผิดเพี้ยนไป คิดว่าการมีชื่อเสียงมีลาภสักการะเป็นจุดมุ่งหมายของการบวช

การสร้างวัด ๑๐ วัด ๒๐ วัด ก็ยังไม่เท่ากับการมีพระอริยะเจ้าครูบาอาจารย์องค์เดียว ถ้าเราตั้งใจประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติแล้ว เราก็จะเป็นที่พึ่งพิง เป็นได้ทั้งอาจารย์ของพระ อาจารย์ของเณร อาจารย์ของอุบาสกอุบาสิกา ของเด็กๆ ได้ แต่ถ้าคุณธรรมของเราไม่มีพอก็จะเป็นได้แต่อาจารย์ของเด็ก อาจารย์ของเณร อาจารย์ของญาติโยม ไม่สามารถเป็นครูบาอาจารย์ให้ความร่มเย็นเป็นหลักจิตหลักใจชี้แนะแนวทางให้กับพระภิกษุผู้ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกันได้

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่บวชมาแล้วไม่ก้าวหน้าในการประพฤติปฏิบัติ คือ ตัวเองเป็นคนอ่อนไหวอยู่แล้วก็ยังไปอนุโลมกฎกติกาข้อวัตรการปฏิบัติตามเพื่อนฝูงพระภิกษุสามเณรที่บวชใหม่และบวชเก่าอีก อนุโลมตามญาติโยมที่ถวายความสะดวกสบาย ที่ถวายปัจจัยไทยทานด้วยความเกรงใจหรือสงสาร ก็เลยทำให้เกิดความเสียหายแก่ตนเองและพระศาสนา

๒๒. พระภิกษุสามเณรที่บวชมาแล้ว เมื่อถึงคราวเจ็บป่วยไม่สบายให้ช่วยดูแลรักษากันให้ดีๆ ถ้าเป็นพระภิกษุผู้เฒ่าที่มีอายุมาก ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ก็ให้จัดเวรผลัดเปลี่ยนช่วยกันอุปัฏฐากทุกๆ วัน บางทีพระเณรเราก็ไม่ดูแลกัน ไม่อุปัฏฐากกัน ทอดทิ้งกัน ปล่อยวางข้อวัตรปฏิบัติ เพราะถือว่าไม่ใช่ภาระหน้าที่อะไร ถือว่าเป็นงานที่ไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรี เป็นของน่าเบื่อหน่าย เป็นการขาดความเมตตาปราณีต่อกัน บางทีอยู่ด้วยกันก็เหมือนคนไม่รู้จักกัน อยู่กุฏิใกล้กัน ไม่เห็นออกมาบิณฑบาต ไม่มาทำกิจวัตร ก็ไม่รู้จักว่าสบายดีหรือไม่สบาย ปล่อยวางในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นี้ไม่ใช่ชื่อว่าเป็นพระภิกษุสามเณรลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า เราต้องรู้จักสังเกต รู้จักถามไถ่ทุกข์สุขกัน เป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ ถ้าเจ็บป่วยไม่สบายก็ต้องจัดหายา หาน้ำดื่ม หาอาหารไปถวาย จัดเวรผลัดเปลี่ยนกันทำข้อวัตรอุปัฏฐาก เช่น การซักผ้า ปัดกวาดเช็ดถูกุฏิที่พักให้สะอาดเรียบร้อย ถ้าผู้ที่ป่วยไม่สามารถอาบน้ำได้ก็ให้เช็ดเนื้อเช็ดตัว

การเจ็บป่วยไม่สบายถ้าเป็นไม่มากไม่สมควรต้องไปโรงพยาบาลก็ไม่ต้องไปเพราะจะเป็นการลำบากเป็นภาระญาติโยมที่ไปรับไปส่ง และเราจะได้ถือโอกาสเป็นการภาวนากลับเข้ามาหาตัวเราเองไปในตัวอีกด้วย ถ้าเจ็บป่วยถึงกับต้องไปโรงพยาบาลก็ให้จัดหารถนำพาไปส่ง หากหมอให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลถ้ามีห้องพิเศษก็ให้ติดต่อเข้าพักห้องพิเศษจะได้อยู่เป็นสัดเป็นส่วน การจัดส่งอาหาร น้ำปานะทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลก็จัดให้พอเหมาะพอควรอย่าให้มากเกินไปหรือน้อยเกินไปจนขาดความพอดี การพูดจาติดต่อกับหมอกับพยาบาลนั้นต้องสำรวมระวัง ให้พูดด้วยสติด้วยปัญญาอย่าไปวางมาดวางก้ามเหมือนอย่างผู้ที่มีอำนาจบาตรใหญ่ต้องให้มีสมณสัญญาอยู่เสมอ

เมื่อเราอยู่ที่โรงพยาบาลก็อย่าทำตัวเป็นเหมือนนักฉวยโอกาส ถือเอาการที่ได้มาพักอยู่ในโรงพยาบาลมาเป็นที่พักผ่อนปลดปล่อยอารมณ์ เป็นที่อยู่ที่กินที่ทำอะไรตามใจตามสบาย ไม่มีความละอาย เห็นโทรทัศน์ เห็นหนังสือพิมพ์ เห็นหนังสือนิตยสารต่างๆ ก็หาวิธีทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้ได้ดู ได้เห็นได้อ่านนิดหน่อยก็ยังดีพอได้เบาสบาย ให้จัดเวรผลัดเปลี่ยนกันดูแลผู้ที่ป่วยอย่างน้อยวันละสองรูปทุกๆ วัน เพื่อความคล่องตัวในการอุปัฏฐาก อย่าพากันเดินเล่นเพ่นพ่านออกนอกห้องหรือขึ้นลิฟต์ลงลิฟต์เล่น ถ้าอาการเจ็บอาการป่วยดีขึ้นพอสมควรที่จะกลับวัดได้ ก็ให้กลับไปรักษาตัวที่วัด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ใช้ห้องพักบ้าง สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนั้นก็ให้ใช้ปัจจัยสงฆ์ของวัดหรือสำนักนั้นๆ

๒๓. พระเณรที่ยังไม่ได้ผ่านการฝึกหัดปฏิบัติเคร่งครัดจากครูบาอาจารย์ผู้ที่ฉลาด มักจะมีนิสัยขี้เกียจมักง่ายไม่ละเอียดรอบคอบ ปล่อยวางอย่างไม่ถูกไม่ควรมีจำนวนมาก

เราบวชมาแล้วต้องตั้งใจฝึกตน เพื่อให้เกิดคุณภาพในทางพระพุทธศาสนา เป็นประโยชน์ต่อสังคม การใช้บริขารใช้ของต้องให้ทนุถนอม อย่าใช้ไปทิ้งไป ฉันที่ไหนดื่มที่ไหน อย่าไปทิ้งที่นั่น การทำงานเมื่อเลิกแล้วให้เก็บสิ่งของวัสดุต่างๆ พร้อมทั้งทำความสะอาดให้เรียบร้อยทุกๆ ครั้ง

กุฏิ ศาลา โรงฉัน ห้องน้ำห้องสุขา ให้ทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ ๒ ครั้ง โรงครัวและภาชนะต่างๆ ต้องล้างให้สะอาด เก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย การใช้น้ำ ใช้ไฟ ให้รู้จักประหยัด ใช้เฉพาะที่จำเป็น

ทุกวันนี้ญาติโยมเขาถวายเครื่องดื่มประเภทโค้ก แป๊ปซี่ น้ำผลไม้ที่เป็นขวด เป็นกระป๋อง ถุงพลาสติก ฉันที่ไหนอย่าไปทิ้งที่นั่น ให้เก็บใส่ที่รองรับขยะ ขยะต้องให้แยกประเภท ขวดเอาไว้กับขวด กระป๋องเอาไว้กับกระป๋อง กล่องเอาไว้กับกล่อง ใบตองเอาไว้กับใบตอง เศษอาหารเอาไว้กับเศษอาหาร อย่าทิ้งในที่เดียวกัน จะทำให้เป็นปัญหาสำหรับผู้เก็บขยะ เพิ่มปัญหาของสังคม เวลาทำงานร่วมกัน อย่าไปพูดคุยกัน ถ้ามีเหตุจำเป็นให้พูดเบาๆ อย่าพูดเสียงดังเหมือนกับคนเมา เวลาสวดมนต์ ให้ศีล ให้พร ให้ว่าเสียงดังๆ

๒๔. ผู้ที่บวชมาแล้ว การคบหาครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูงให้ดูดีๆ มีความประพฤติปฏิบัติเช่นไร ถ้ามีการปฏิบัติผิดพระวินัย มีความย่อหย่อน มีความหลงในทางโลกห้ามไปคลุกคลี จะทำให้เรารับเอานิสัยทุศีล หมดอนาคต ครูบาอาจารย์พระที่ปฏิบัติเคร่งครัดในพระธรรมวินัยให้เราคบหาสมาคม เราเป็นคนอ่อนแอต้องอาศัยพระธรรมพระวินัย อาศัยครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูง เปรียบเสมือนการเดินทางเราต้องมีทั้งแผนที่มีทั้งคนที่นำเราไป พระเณรที่บวชมาบางทีไม่เข้าใจ ไม่กล้าที่จะเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ครูบาอาจารย์ ไม่กล้าที่จะไปรับใช้อุปัฏฐากท่าน และครูบาอาจารย์ที่รองลงไปอีกที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่วนใหญ่ชอบไปคบหาสมาคมกับพระที่บวชพรรษามากแต่ความประพฤติปฏิปทาใช้ไม่ได้ เพื่อนฝูงก็ชอบคบที่โหลๆ

เรามีโอกาสได้ไปในที่สำนักต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ได้ไปพบสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดีของพระภิกษุสามเณรในวัดนั้นๆ ให้เรายึดเอาแต่สิ่งที่ดีๆ อย่าไปรับเอาปฏิปทาที่มันฟรีสไตล์ ชนิดที่ไม่ยึดมั่นถือมั่น อะไรก็อยู่ที่ใจหมด เราไปสำนักเขาก็อย่าไปทำผิดเหมือนเขา ไม่ควรสูบบุหรี่เหมือนเขา เพราะว่าบุหรี่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับพระ ทำให้สุขภาพร่างกายเสีย ทำให้อากาศเสีย ทำให้สังคมติเตียนได้เนื่องจากสังคมกำลังรณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่ ทั้งยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อกุลบุตรลูกหลานที่บวชสืบทอดพระพุทธศาลนาอีกด้วย ถ้าสิ่งใดเขาทำถูกต้องเราค่อยทำตามเขา

 

บ้าน.ธรรม.บุญ

ธรรมะ ข้อคิด ชีวิต กรรม ทำบุญ ทำทาน หมอดูแม่นๆ สังฆทาน ธรรมะสอนใจ รีวิวหมอดู ศาสนา คำคม บทสวดมนต์ ไหวพระ

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น